กฏหมายที่ควรรู้ก่อนแต่งงาน

กฏหมายที่ควรรู้ก่อนแต่งงาน

     กฏหมายครอบครัวเป็นสิ่งที่ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรรู้ รวมถึงเงื่อนไขของการหมั้น และสัญญาการหมั้น ซึ่งหลายๆท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องก่อนแต่งงาน หรือมีการยกเลิกงานแต่งงาน เพราะสาเหตุมีฝ่ายใดฝ่ายหญิงทำผิดสัญญาต่อกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มเติมข้อมูล ก่อนที่จะทำการมงคลสมรส คุณควรศึกษาข้อกฏหมายให้แน่ชัดเจน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง 

เงื่อนไขการหมั้น

   1.ตามเงื่อนไขในมาตรา 1345 กำหนดอายุคู่หมั้นชายหญิงไว้ว่า ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ การหมั้นที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงยังมีอายุไม่ถึง 17 ปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าเป็นโมฆะ ตามมาตรา 1345 ซึ่งการหมั้นนี้ไม่อาจขออนุญาติต่อศาลได้ สำหรับการหมั้นที่เป็นโมฆะนี้มีผลทำให้คู่สัญญากลับสู่ฐานะเดิม ทั้งชายและหญิง โดยฝ่ายชายเรียกของหมั้นคืนได้

  2. เงื่อนไขความยินยอม ผู้เยาว์จะทำการหมั้นได้นั้นต้องได้รับความยินยอมของบิดามารดา หรือบิดา หรือมารดา หรือผูรับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองตามมาตรา  1436 ความยินยอมไม่มีแบบกำหนดไว้ อาจจะมีการยินยอมว่าด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ สำหรับหารหมั้นที่ฝ่าฝืนความยินยอมให้ถืว่าเป็นโมฆะ

การสมรสที่เป็นโมฆะ
    คำว่าโมฆะ ในความหมายนี้ หมายถึงการสมรสที่ เสียเปล่า ซึ่งไม่มีผลใดๆตามกฏหมายเลย ดังนั้นการสมรสที่ถือว่าเป็นโมฆะ จึงไม่มีผลเกี่ยวข้องกัยทางกฏหมาย เเต่เนื่องจากว่ากฏหมายครอบครัว เป็นกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับทางสถานะของบุคคล และเกี่ยวกับศีลธรรมขอประชาชน กฏหมายจึงกำหนดไว้ว่า การสมรสที่เป็นโมฆะโดยทั่วไปแล้ว บุคลใดจะนำขึ้นมากล่าวอ้างไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะได้แสดงว่า  การสมรสเป็นโมฆะเสียก่อน ยกเว้นในกรณีที่เป็นสมรสซ้อน  ซึ่งกฏหมายได้กำหนดขึ้นมาว่า ให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนใดคนหนึ่ง จะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอต่อศาลให้พิพากษาว่าเป็นโมฆะก็ได้   ในกรณีที่กฏหมายไม่ใด้ให้สิทธิ์ในการกล่าวอ้างและศาลยังไม่พิพากษาแสดงความเป็นโมฆะของการสมรส  ชายหญิงคู่นั้นก็ยังเป็นสามีภริยากันตามปกติ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การสมรสเป็นโมฆะมีดังนี้

1. สาเหตุที่ทำให้การสมรสเป็นโมฆะ
  • 1.1 การสมรสที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขเช่นการสมรสซ้อน
  • 1.2 การสมรสที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขเรื่องการห้ามสมรสกับบุคคลวิกลจริต
  • 1.3 การสมรสที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขเรื่องการสมรสระหว่างญาติสนิท
  • 1.4 การสมรสที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขเรื่องความยินยอมของคู่สมรสเอง
2. ผู้มีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลให้การสมรสเป็นโมฆะ
     ตามกฏหมายอัยการได้ให้สิทธิแก่ "ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย" หรืออัยการก็ได้ ในว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น หมายถึงผู้ได้รับผลกระทบ โดยตรง ถ้าหากศาลยังๆไม่ตัดสินให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะ  เช่นตัวของคู่สมรสเอง หรือภรรยาเดิมที่จดทะเบียนสมรสซ้อน

3.ผลเมื่อศาลได้แสดงความเป็นโมฆะแล้ว
   เมื่อศาลได้แสดงความเป็นโมฆะของการสมรสแล้ว คำพิพากษาจะมีผลออกมาดังนี้
  • 3.1 ในเรื่องทรัพย์สินนั้นถือว่าไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ในทางทรัพย์สินระหว่างสามีและภรรยาตั้งแต่สมรส
  • 3.2 ในเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสามีภรรรยา ทางกฏหมายเห็นว่าไม่มีทางนำกลับมาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ ดังนั้นศาลจึงนับวันที่ศาลสั่งให้เป็นโมฆะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
** นอกจากนี้หากฝ่ายชายหรือหรือฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายสมรสโดยสุจริต ฝ่ายนั้นก็สามารถมีสิทธิ์เรียกค่าทดแทนจากฝ่ายที่ไม่สุจริตได้ เช่น ในกรณีที่ฝ่ายชายมาหลอกฝ่ายหญิงว่าไม่เคยมีภรรยาโดยชอบด้วยกฏหมายมาก่อน ซึ่งหากศาลได้แสดงความโมฆะแล้ว ฝ่ายหญิงสามารถเรียกค่าทดแทนจากชายได้ และถ้าฝ่ายสุจริตนั้น มีทรัพย์สินน้อยลง ไม่มีรายได้จากงานที่เคยทำมาก่อนมีคำพิพากษาของศาล คู่สมรสฝ่ายนั้น ก็ยังมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเลี้ยงชีพได้อีกด้วย **
  • 3.3 สำหรับผู้ที่มีบุตรด้วยกันแล้วนั้น เด็กที่เกิดระหว่างสมรสที่เป็นโมฆะหรือเกิดภายใน 310 วัน นับแต่วันที่ศาลสั่งให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะ ตามกฏหมายให้สันนิษฐานว่า บุตรที่เกิดมานั้นเป็นลูกของชายที่เป็นสามี หรือเคยเป็นสามี
ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา
    เมื่อการสมรสถูกต้องตามข้อห้ามของกฏหมายแล้วนั้น การสมรสก็จะมีผลสมบูรณ์ตามกฏหมายและก่อให้เกิดความสัมพันธ์กันต่างๆดังนี้
   ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา มีผลแยกได้ 2 ประการ คือความสัมพันธ์ ในเชิงทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ส่วนตัว

1. ความสัมพันธ์ในด้านทรัพย์สิน 
    เมื่อชายและหญิงทำการสมรสกันตามกฏหมายแล้ว ทรัพย์สินต่างๆของแต่ละฝ่ายที่มีอยู่ก่อนการสมรสหรือมีหลังจากการสมรส ก็ต้องมีการจัดระบบใหม่ ซึ่งกฏหมายได้แยกทรัพย์สินออกเป็น 2 ประเภทคือ
1.1 สินสมรส (ทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ก่อนแต่งงาน)
1.2 สินส่วนตัว

1.1 สินส่วนตัว (ทรัพย์สินเดิม)
  • ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยุ่ก่อนการสมรส ไม่ว่าอะไรก็ตาม เช่น บ้าน ที่ดิน เงินทอง ซึ่งถ้ามีอยู่ก่อนสมรสแล้วให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้นั้น
  • ทรัพย์สินที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรือเครื่องใช้ไม้สอยในการประกอบอาชีพ
Back to Top






This page was generated in 0.076 seconds.