ข้อดี ข้อเสีย ในการจดทะเบียนสมรส

ข้อดี ข้อเสีย ในการจดทะเบียนสมรส
ที่มา รวมรวมข้อมูลทั้งหมดจาก สมาชิก WeddingSquare.com 

     การแต่งงานที่ถูกต้องตามประเพณีหมายถึง การประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า "เขาหรือเธอ" นั้นเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งการแต่งงานที่เกิดขึ้น นั้นทางกฏหมายไม่ได้บังคับเรื่องการจดทะเบียนสมรสหรือไม่จดก็ได้ แล้วแต่เงื่อนไขและเหตผลของแต่ละครอบครัว เพราะการจดทะเบียนสมรสนั้นจะส่งผลถึงข้อผูกพันทางกาย และทางกฏหมายหลายอย่าง(หากว่าทำธุรกิจหรือมีหุ้นส่วน) หรือหากมีเหตุที่ต้องทำให้ฟ้องหย่า ดังนั้นเพื่อเป็นการเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ก่อนที่จะคิดทำการจดทะเบียนสมรส จึงควรตรวจสอบตัวเองให้แน่ใจก่อนนะคะ ว่าต้องการจดหรือไม่คะ 

   ซึ่งทั้งหมดนี้ทางทีมงานได้ดำเนินการรวมรวมข้อดี ข้อเสียของการจดทะเบียนและไม่จดทะเบียน ที่เจ้าสาวรุ่นพี่ได้ตั้งกระทู้ไว้ได้อ่านและพิจารณากันค่ะ โดยเริ่มจากข้อเสียกันก่อนเลยนะคะ

ข้อเสียของการจดทะเบียน
- เจ้าสาวที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนในหลายๆบริษัท การทำธุรกรรมต่างๆจะยุ่งยากมากขึ้น
- เจ้าสาวต้องเปลี่ยนข้อมูลทางนิติกรรม ทั้งเปลี่ยน Passport เปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวต่างๆ
- ต้องแยกสินส่วนตัวกับสินสมรส โดยจะต้องตกลงกันเป็นสัญญาก่อนการสมรส ไว้ในทะเบียนสมรส
- ดอกผลจากสินส่วนตัวของเรา ต้องกลายเป็นสินสมรส  (เงินเดือนโบนัสก็เป็นสินสมรสเหมือนกันนะคะ)
- การทำนิติกรรมตาม **มาตรา 1476 **ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อนจึงจะทำได้
- ถ้าสามีหรือภรรยาต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัวเพื่อชำระหนี้ที่ก่อไว้ก่อนหรือระหว่างสมรสให้ชำระหนี้นั้นด้วยสินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน
- ถ้าสามีภรรยาเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ให้ชำระหนี้นั้นจากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้ง 2 ฝ่าย

ข้อดีของการจดทะเบียน
- เป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฏหมาย
- คู่สมรสมีสิทธิ์ได้รับมรดกเสมือนตนเป็นทายาทชั้นบุตร
- ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ จะเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิต
- บุตรที่เกิดมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฏหมายทั้ง 2 ฝ่าย

ข้อเสียของการไม่จดทะเบียนสมรส
- เป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม
- ไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกของคู่สมรส
- ไม่มีสิทธิ์รับเงินประกัน
- บุตรที่เกิดมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฏหมายแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้น เว้นแต่ฝ่ายชายจะจดทะเบียนรับรอง
- ฝ่ายหญิงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าอุปการะบุตรจากฝ่ายชาย

ข้อดีของการไม่จดทะเบียนสมรส 
- ไม่มีสินสมรส เงินใครเงินมัน

ข้อดีข้อเสียการจดทะเบียน
ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา
สินสวนตัว
มาตรา1466      การทำสัญญาก่อนสมรส (การแยกทรัพย์เป็นทรัพย์สินส่วนตัว)
-  จดแจ้งข้อตกลงกันเป็นสัญญาก่อนสมรสนั้นไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนหรือ
-  ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อยสองคนแนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส และต้องจดไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสว่าได้มีสัญญานั้นแนบไว้
มาตรา1467    เมื่อสมรสแล้วจะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสไม่ได้นอกจากศาลจะอนุญาติ
มาตรา 1468     ข้อความในสัญญาก่อนสมรสไม่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต
** มาตรา 1470    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา นอกจากที่ได้แยกไว้เป็นสินส่วนตัวย่อมเป็นสินสมรส
** มาตรา 1471    สินส่วนตัว ได้แก่ ทรัพย์สิน
                           -  ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
                           -  ที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย เครื่องงมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ
                 - ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
                           -  ที่เป็นของหมั้น
**มาตรา 1473      สินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการสินสมรส
**มาตรา 1474       สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สิน
-  ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
-  ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม หรือโดยการให้เป็นหนังสือ  เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
-  ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว   ต.ย.ที่ดินที่แม่ยกให้บุตรก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัวของบุตรนั้น แต่ถ้าต่อมาที่ดินนั้นเกิดดอกผล เช่น ให้เช่า ,ขายได้กำไร ดอกผลนั้นเป็นสินสมรสต้องหาร 2
**มาตรา1476        สามีภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายดังนี้
-    ขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่า จำนองซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ ยกเว้นจำนำ ทำฝ่ายเดียวได้เลย
-        ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี
-        ให้กู้ยืมเงิน
-        ให้โดยเสน่หา  เว้นแต่การให้พอสมควรแก่ฐานะ
-        นำทรัพย์สินไปเป็นประกัน
-        ประนีประนอมยอมความ
การจัดการทรัพย์สินสมรสนอกจากที่ระบุสามีภริยาจัดการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง
** ข้อยกเว้น    ถ้าได้ทำสัญญาก่อนสมรสไว้ตาม มาตรา 1466 การจัดการสินสมรสให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาก่อนสมรส
มาตรา 1478       ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมให้ความยินยอมโดยปราศจากเหตุผลก็ให้ศาลสั่งอนุญาติแทนได้
มาตรา  1480      การจัดการสินสมรสที่ต้องทำร่วมกัน ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว  คู่สมรสอีกฝ่ายอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้
มาตรา 1481      สามีหรือภริยาไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้
**มาตรา 1488      ถ้าสามีหรือภริยาต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพื่อนชำระหนี้ที่ก่อไว้ ก่อนหรือระหว่างสมรสให้ชำระหนี้นั้นด้วยสินส่วนตัวของฝ่ายนั้นก่อน  เมื่อไม่พอจึงให้ชำระด้วยสินสมรสที่เป็นส่วนของฝ่ายนั้น
มาตรา 1489      ถ้าสามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ให้ชำระหนี้นั้นจากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั่ง 2 ฝ่าย
มาตรา  1491      ถ้าสามีหรือถริยาต้องคำพิพากษาให้ล้มละลายสินสมรสยอมแยกจากกันโดยอำนาจกฎหมายนับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย
บิดามารดากับบุตร
มาตรา 1546      เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชายให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้ วยกฎหมายของหญิงนั้น
มาตรา 1547     เด็กเกิดจากบิดามารดามิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
เรื่องมรดก คู่สมรส
มาตรา 1635      คู่สมรสมีสิทธิได้รับมรดกเสมือนตนเป็นทายาทชั้นบุตร
มาตรา 1637      ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิต

**** หมายเหตุ ประมวลกฏหมายแพ่ง มาตรา 1476 ****
มาตรา 1476 สามีและภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความ ยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
 (1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือ โอนสิทธิจำนองซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
 (2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์
 (3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี
 (4) ให้กู้ยืมเงิน
 (5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว เพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
 (6) ประนีประนอมยอมความ
 (7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
 (8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกัน หรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล
 การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง สามีหรือภริยา จัดการได้มิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง
 *หมายเหตุ แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2533 



Edited by info - 21 Oct 2013 at 16:40
Back to Top






This page was generated in 0.098 seconds.